ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                    นาย ว.                  โจทก์

ที่  ๒๕๑/๒๕๖๗                                                 นาย ย.                  จำเลย

 

              โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง จำเลยว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างบ้านพักอาศัย ตกลงค่าจ้าง ๕,๑๕๔,๔๙๘.๘๐ บาท แบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงานเป็น ๘ งวด โจทก์ทำงานที่รับจ้างและจำเลยชำระเงินให้โจทก์แล้ว ๗ งวด ต่อมาโจทก์ทำงานงวดที่ ๘ และงานเพิ่มเติมให้แก่จำเลยเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมตรวจรับมอบงานงวดดังกล่าว
ไม่ชำระค่าจ้างและบอกเลิกสัญญาโดยไม่ชอบ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ย
แก่โจทก์

               จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

               จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่                

               พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างจำเลยก่อสร้างบ้านพักอาศัยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน
โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและงานที่ว่าจ้างเป็นบ้านพักอาศัยไม่ปรากฏว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค
ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจ้างทำของจึงเป็นคดีผู้บริโภค
ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

              วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค



                                                                 (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                                   ประธานศาลอุทธรณ์