ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์        นางสาว ส.                                                   โจทก์

ที่ ๒๙๓/๒๕๖๗                                 นิติบุคคลอาคารชุด ล. ที่ ๑ กับพวก                   จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีวัตถุประสงค์บริหารจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางในอาคารชุด ลุมพินี คอนโดทาวน์ บดินทรเดชา รามคำแหงเพื่อประโยชน์ร่วมกันของสมาชิกโดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากสมาชิกเพื่อนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ มีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการนิติบุคคล โจทก์เป็นเจ้าของห้องชุดในอาคารชุดดังกล่าวและเป็นสมาชิกจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕ มีน้ำท่วมภายในห้องชุดของโจทก์เนื่องจากเครื่องกรองน้ำแตกมีสาเหตุมาจากแรงดันน้ำส่วนกลางสูง ทำให้ทรัพย์สินภายในห้องชุดของโจทก์และห้องชุดข้างเคียงอีก ๕ ห้อง ได้รับความเสียหาย และในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ของบริษัท ท. มาสำรวจเหตุและนำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปียกน้ำมาทดสอบภายในห้องชุดของโจทก์ เป็นเหตุให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นภายในห้องชุดโจทก์เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรได้รับความเสียหาย จำเลยที่ ๑ ยื่นเรื่องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จากเหตุน้ำท่วมดังกล่าวจากบริษัท ท.  หลังจากนั้นจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับบริษัท ท. โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์และรับค่าสินไหมทดแทนแล้วไม่ส่งมอบให้แก่โจทก์ทันทีในจำนวนที่ไม่ครบถ้วนทั้งยังแจ้งว่าโจทก์จะต้องลงชื่อในหนังสือประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ ๑ ก่อนรับเงิน และเรียกให้โจทก์ชำระค่าเสียหายส่วนแรกเป็นเงิน ๕,๑๙๒.๙๐ บาท โดยไม่ชอบ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                  จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่นกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มีหน้าที่จัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางอาคารชุดตามฟ้อง โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของห้องชุดซึ่งเป็นเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทน จำเลยที่จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ผู้เป็นเจ้าของห้องชุดซึ่งเป็นเจ้าของร่วมนั้น เป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายสืบเนื่องมาจากการจัดการทรัพย์ส่วนกลางตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งโจทก์ฟ้องให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ รวมเข้ามาในคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์