ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์      นางสาวศ.                                              โจทก์

ที่ ๔๙๑/๒๕๖๗                               นางพ.                                                  จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ ๑๕ ครั้ง ผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์จำนวน ๙๐๘,๖๐๐ บาทต่อมาจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ ๖ ฉบับ ให้ไว้แก่โจทก์รับว่าเป็นหนี้โจทก์รวม ๑,๓๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ จำเลยไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์เพื่อนำไปให้บุคคลอื่นกู้ยืมต่อ คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

ศาลจังหวัดสมุทรสงครามส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินและให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้กู้ยืมและอยู่ในฐานะผู้รับบริการนั้น ได้ความตามคำให้การและสำเนาเอกสารแนบท้ายว่า จำเลยนำเงินกู้ที่ได้รับจากโจทก์ไปให้บุคคลอื่นกู้ยืมต่อ จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงิน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์