คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นายม. โจทก์
ที่ ๔๙๔/๒๕๖๗ บริษัทป. จำกัด จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาเช่าห้องพักในโครงการพ. กับจำเลย ๑ ห้อง มีกำหนด ๓๐ ปี ภายหลังทำสัญญา โจทก์ชำระค่าเช่าบางส่วนให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ก่อสร้างห้องพักให้แล้วเสร็จและไม่จดทะเบียนการเช่าห้องพักให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และให้โจทก์เช่าห้องพักโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย จำเลยซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาเช่าห้องพักจากจำเลยเพียง ๑ ห้อง แม้จำเลยอ้างในคำร้องขอให้วินิจฉัยว่ามีข้อตกลงชำระเงินรับประกันการเช่าให้แก่โจทก์ ก็ถือเป็นวิธีการให้เช่าห้องพักของจำเลยให้ได้จำนวนมาก เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าห้องพัก พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องพักตามฟ้อง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยไม่ก่อสร้างห้องพักให้แล้วเสร็จและไม่จดทะเบียนการเช่าห้องพักให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยอันมีมูลจากสัญญาเช่าห้องพัก จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์