ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       นาย อ.                             โจทก์

ที่ ๕๑๒/๒๕๖๗                                             นางสาว ธ. ที่ ๑ กับพวก        จำเลย                                                 

                  

                   โจทก์กู้ยืมเงินจากจำเลยที่ ๑ โดยจดทะเบียนขายฝากที่ดินที่โจทก์ใช้ปลูกมะพร้าวอันเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไว้กับจำเลยที่ ๑ ซึ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค โดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค โจทก์จึงเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามอันมีมูลจากการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามมาตรา ๓ (๔)

                   โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กู้ยืมเงินจากจำเลยที่ ๑ จำนวน ๗๐๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๑ ให้โจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๐๙๐ ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ไว้กับจำเลยที่ ๑ เพื่ออำพรางการกู้ยืมเงิน ต่อมาโจทก์ต้องการขายที่ดินดังกล่าวเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ ๑ แต่จำเลยที่ ๑ กลับร่วมมือกับจำเลยที่ ๒ และที่ซึ่งจำเลยที่ ๓ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดประกอบการธนาคารพาณิชย์ โดยให้จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดกับจำเลยที่ ๓ และมีจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนจำนองที่ดินตามฟ้องเพื่อเป็นประกันหนี้ดังกล่าว หลังจากนั้นจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ล้อมรั้วที่ดินของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถขายที่ดินเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ ๑ และโจทก์ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากต้นมะพร้าวที่ปลูกไว้ในที่ดินของโจทก์ได้ ขอให้เพิกถอนสัญญาขายฝากระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ให้เพิกถอนสัญญาจำนองระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๓ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบโฉนดที่ดินตามฟ้องคืนโจทก์ หากไม่ส่งมอบคืนขอให้ศาลมีคำสั่งออกใบแทนโฉนดที่ดินเพื่อดำเนินการจดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการโดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๔) คดีแพ่งที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้และพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ คำว่า ผู้ขายฝาก หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาได้จดทะเบียนขายฝากที่ดินที่โจทก์ใช้ปลูกมะพร้าวอันเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกับจำเลยที่ ๑ ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค โดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภคโจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนปัญหาว่าสัญญาขายฝากที่ดินเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงินหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณาเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามอันมีมูลจากการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามมาตรา ๓ (๔)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                     วินิจฉัย ณ  วันที่ ๓๐  เดือน พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗

วิชา  นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์