คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์
ที่ ๕๒๙/๒๕๖๗
บริษัท บ. โจทก์
บริษัท ก. กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายสีชนิดต่าง ๆ จำเลยที่ ๑ สั่งซื้อสีชนิดต่าง ๆ กับโจทก์หลายครั้งหลายรายการเพื่อนำไปใช้ในกิจการ มีจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ โจทก์ส่งมอบสินค้าให้แก่จำเลยที่ ๑ ครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระค่าสินค้า โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ ๒ ชำระหนี้แทน
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดี
ผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสีชนิดต่าง ๆ โจทก์จำหน่ายสีชนิดต่าง ๆ ตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ ๑ ตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ซื้อนั้น เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ซื้อสีชนิดต่าง ๆ จากโจทก์เพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน ส่วนปัญหาว่าจำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลซื้อขายสี โดยให้จำเลยที่ ๒ รับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย อันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์