คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง อ. ที่ ๑ กับพวก โจทก์
ที่ ๑/๒๕๖๗ นาย ว. ที่ ๑ กับพวก จำเลย
โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า นาง บ. กู้ยืมเงินจากโจทก์ทั้งสามรวม ๓ ครั้ง เป็นเงิน ๑๘,๑๒๐,๐๕๔ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดยจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันการชำระหนี้และทำบันทึกข้อตกลงขึ้นเงินจำนอง โดยให้ถือว่าสัญญาจำนองเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินไปจากโจทก์ ภายหลังทำสัญญานาง บ. ผิดนัดชำระหนี้ ต่อมานาง บ.ถึงแก่ความตาย มีจำเลยทั้งสองเป็นทายาทโดยธรรม โจทก์ทั้งสามทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสาม และบังคับจำนอง
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ทั้งสามให้นาง บ. กู้ยืมเงิน แม้มีการเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน แต่จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลแพ่งธนบุรี ไม่ปรากฏว่าโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงิน ส่วนโจทก์ที่ ๓ ได้ยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงินอีกเพียง ๑ คดี ซึ่งได้ส่งคดีมาให้วินิจฉัยในคราวเดียวกัน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์ทั้งสามให้นาง บ. กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์ทั้งสามจึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โจทก์ทั้งสามและนาง บ. จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคต่อกัน เมื่อโจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในฐานะทายาทโดยธรรมของนาง บ. ชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงินและบังคับจำนอง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์