ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       นิติบุคคลอาคารชุด ส.            โจทก์

ที่ ๑๑๑๘/๒๕๖๖                                            บริษัท อ. จำกัด                   จำเลย

                  

จำเลยประกอบกิจการบริหารจัดการอาคารชุดและรับจ้างโจทก์บริหารจัดการอาคารชุดโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ วรรคสอง บัญญัติให้โจทก์มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และให้มีอำนาจกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ได้ตามมติของเจ้าของร่วม และโจทก์อาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอก หรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนเพื่อประโยชน์เจ้าของร่วมทั้งหมดได้ตามมาตรา ๓๙ ดังนี้ การฟ้องเรียกค่าเสียหายจึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์และเป็นการกระทำเพื่อเจ้าของร่วม ถือได้ว่าโจทก์มีฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้าง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                 

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการรับจ้างบริหารจัดการอาคารชุด โจทก์ว่าจ้างจำเลยบริหารอาคารชุดและทรัพย์ส่วนกลางภายในอาคารชุดของโจทก์ ตกลงชำระค่าจ้างตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา ภายหลังทำสัญญาจำเลยบริหารจัดการอาคารชุดไม่เป็นไปตามสัญญา ไม่ส่งรายการหนี้ค่าส่วนกลางที่เจ้าของร่วมค้างชำระแก่โจทก์ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบภายในกำหนด ทำให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่สั่งกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดห้องชุดแก่โจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   ศาลแขวงธนบุรีส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการบริหารจัดการอาคารชุดและรับจ้างโจทก์บริหารจัดการอาคารชุดโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ วรรคสอง บัญญัติให้โจทก์มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และให้มีอำนาจกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ได้ตามมติของเจ้าของร่วมภายใต้บังคับแห่งกฎหมายดังกล่าว และโจทก์อาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอก หรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนเพื่อประโยชน์เจ้าของร่วมทั้งหมดได้ตามมาตรา ๓๙ ดังนี้ การฟ้องเรียกค่าเสียหายจึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์และเป็นการกระทำเพื่อเจ้าของร่วม ถือได้ว่าโจทก์มีฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้าง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                       วินิจฉัย ณ  วันที่ ๒๑ เดือน พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๖

 

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์