คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ ธนาคาร ก. จำกัด (มหาชน) โจทก์
ที่ ๑๒๐/๒๕๖๗ นางสาว น. ที่ ๑ กับพวกรวม ๓ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า บริษัท อ. จำกัด หรือบริษัท บ. จำกัด ทำสัญญาสินเชื่อขอให้โจทก์ออกหนังสือค้ำประกันการซื้อขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมแก่คู่ค้าในวงเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญาและประกาศโจทก์ มีจำเลยทั้งสามทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาบริษัท อ. จำกัด หรือบริษัท บ. จำกัด ผิดนัดชำระหนี้แก่คู่ค้า โจทก์ในฐานะผู้ออกหนังสือค้ำประกันจึงชำระหนี้ให้แก่คู่ค้าแทน ต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำพิพากษาให้ บริษัท อ. จำกัด หรือบริษัท บ. จำกัด ล้มละลาย โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยทั้งสามในฐานะผู้ค้ำประกันชำระหนี้แล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ โดยจำเลยที่ ๑ ให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ
จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบการธนาคารพาณิชย์และทำสัญญาสินเชื่อการออกหนังสือค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาให้แก่คู่ค้าของบริษัท อ. จำกัด หรือบริษัท บ. จำกัด โดยเรียกดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนบริษัท บ. จำกัด หรือบริษัท บ. จำกัด เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไรการทำสัญญาสินเชื่อโดยขอให้โจทก์ออกหนังสือค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมให้แก่คู่ค้า ถือเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่งจำเลยทั้งสามทำสัญญาค้ำประกันการขอสินเชื่อดังกล่าวจึงเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจ จำเลยทั้งสามจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้อันมีมูลจากการค้ำประกันการขอสินเชื่อตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์