คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง ว. โจทก์
ที่ ๑๒๙๒/๒๕๖๗ หจก. อ. กับพวก จำเลย
จำเลยทั้งสองรับจ้างโจทก์ออกแบบอาคารและก่อสร้างบ้านพักอาศัยพร้อมสระว่ายน้ำโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นแม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่ว่าจ้างจำเลยทั้งสองให้ก่อสร้างบ้านพักอาศัยพร้อมสระว่ายน้ำในโครงการเดียวกันรวม ๔ หลัง และลงประกาศขายหรือให้เช่าบ้านพักอาศัยดังกล่าวทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากบ้านพักอาศัยตามฟ้องอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ ซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ ไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามนัยมาตรา ๒๑
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง มีจำเลยที่ ๒เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยทั้งสองออกแบบอาคารในโครงการ R และก่อสร้างบ้านพักอาศัยพร้อมสระว่ายน้ำ ภายหลังทำสัญญาจำเลยทั้งสองก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแบบและส่งมอบงานล่าช้า ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ว่าจ้างจำเลยทั้งสองให้ก่อสร้างบ้านพักอาศัยพร้อมสระว่ายน้ำจำนวน ๔ หลัง เพื่อประกอบกิจการค้าและให้บริการแก่ลูกค้าโจทก์ คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง และจำเลยที่ ๑ ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยที่ ๑
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและจำเลยทั้งสองรับจ้างโจทก์ออกแบบอาคารและก่อสร้างบ้านพักอาศัยพร้อมสระว่ายน้ำโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นแม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่ได้ความตามคำร้องขอให้วินิจฉัยคดีพร้อมเอกสารแนบท้ายว่าโจทก์ว่าจ้างจำเลยทั้งสองให้ก่อสร้างบ้านพักอาศัยพร้อมสระว่ายน้ำในโครงการเดียวกันรวม ๔ หลัง
และลงประกาศขายหรือให้เช่าบ้านพักอาศัยดังกล่าวทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากบ้านพักอาศัยตามฟ้องอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ ซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามนัยมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๑๑ เดือน ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
อดิศักดิ์ ตันติวงศ์
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์