ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์           นายผ.                                        โจทก์

ที่  ๑๔๔/๒๕๖๗                                  บริษัทบ. จำกัด (มหาชน)                   จำเลย

                     โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการ ด. กับจำเลย ๑ ห้อง ราคา ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยให้สิทธิประโยชน์เป็นส่วนลดพิเศษ ๙๖๐,๐๐๐ บาท และมีข้อตกลงว่าเมื่อโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดครบ ๓ ปี จำเลยจะรับซื้อห้องชุดคืนจากโจทก์ในราคาเดิม โจทก์ชำระราคาและรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดจากจำเลยแล้ว ต่อมาโจทก์แจ้งความประสงค์จะขายห้องชุดคืนจำเลย แต่จำเลยผิดสัญญาไม่รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดจากโจทก์และไม่ชำระเงินค่าห้องชุดพร้อมสิทธิประโยชน์ส่วนลดพิเศษแก่โจทก์ โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดตามฟ้องจากโจทก์และชำระค่าห้องชุดกับค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                      จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลยเพื่อต้องการผลตอบแทนเชิงธุรกิจ คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                      พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่นกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตนจำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลยเพียง ๑ ห้อง แม้มีข้อตกลงให้จำเลยรับซื้อห้องชุดคืนในราคาเท่ากับราคาซื้อขายและชำระสิทธิประโยชน์ส่วนลดพิเศษก็ถือเป็นวิธีการขายห้องชุดของจำเลยให้ได้จำนวนมาก เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ประกอบธุรกิจซื้อขายห้องชุด โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดจึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                       วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

           (นางสุวิชา   นาควัชระ)

            ประธานศาลอุทธรณ์