คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว ม โจทก์
ที่ ๑๖๘/๒๕๖๗ นางสาว น จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์สั่งซื้อเสื้อผ้าจากร้านค้าออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน ของจำเลย ๑ ชุดและชำระค่าสินค้าให้แก่จำเลยแล้วแต่จำเลยส่งมอบสินค้าไม่ตรงตามที่จำเลยโฆษณาไว้ โจทก์บอกกล่าวไปยังจำเลย แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินค่าสินค้าและรับสินค้าคืนไปจากโจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยไม่ได้ประกอบกิจการค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์และบัญชีในแอปพลิเคชันเป็นบัญชีส่วนตัวที่จำเลยใช้ในการโพสต์รูปภาพของจำเลย จำเลยจึงไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่นกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าจำเลยเป็นผู้ใช้บัญชีในแอปพลิเคชัน จำเลยโพสต์รูปภาพจำเลยสวมใส่เสื้อผ้าชุดต่าง ๆ มากกว่า ๔,๗๐๐ โพสต์ มีผู้ติดตามจำเลยมากกว่า ๑๓,๐๐๐ ราย และจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีได้ความว่า บัญชีของจำเลยดังกล่าวเป็นบัญชีที่ผู้ใช้แอปพลิเคชันสามารถเข้าชมภาพหรือสิ่งที่จำเลยโพสต์ได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากจำเลยในการติดตาม เมื่อโจทก์อ้างว่าซื้อเสื้อผ้าตามฟ้องผ่านบัญชีของจำเลยในแอปพลิเคชัน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่าจำเลยขายเสื้อผ้าตามฟ้องแก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อนั้นไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลซื้อขาย จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
นางสุวิชา นาควัชระ
ประธานศาลอุทธรณ์