ค้นหาคำวินิจฉัย

 

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์               นาง อ.                                           โจทก์

ที่ ๑๗๕/๒๕๖๗                         บริษัท อ. ที่ ๑ กับพวก                          จำเลย

                โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยจัดสรรที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ XXX เนื้อที่ ๓ ไร่ ๒ งาน ๒๘ ตารางวา เป็นแปลงย่อยเพื่อแบ่งขายและ    รับก่อสร้างบ้าน มีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยที่ ๔ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ในการติดต่อกับโจทก์ และทำหน้าที่เป็นสถาปนิกควบคุมงานก่อสร้างบ้านให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ชักชวนให้โจทก์ซื้อที่ดินแปลงย่อยขนาด ๘๒.๕ ตารางวา และว่าจ้างจำเลยทั้งสี่ก่อสร้างบ้านชั้นเดียว ราคา ๔,๔๕๐,๐๐๐ บาท โจทก์ชำระเงินค่าที่ดินและค่าจ้างก่อสร้างบ้านให้แก่จำเลยทั้งสี่ครบถ้วน จำเลยทั้งสี่ก่อสร้างบ้านเสร็จและส่งมอบบ้านให้โจทก์เข้าครอบครองใช้ประโยชน์แล้ว ต่อมาโจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสี่แบ่งแยกและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์แต่จำเลยทั้งสี่กลับให้โจทก์ทำสัญญาเช่ามีกำหนด ๓๐ ปี อันเป็นการผิดสัญญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่แบ่งแยกที่ดินเฉพาะส่วนอันเป็นที่ตั้งบ้านของโจทก์และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ ตัวแทนของโจทก์ หรือบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้จำเลยทั้งสี่ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยที่ ๔ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ จำเลยทั้งสี่ร่วมกันขายที่ดินตามฟ้องและรับจ้างก่อสร้างบ้านโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยทั้งสี่จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาซื้อที่ดินและว่าจ้างก่อสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัย ไม่ปรากฏว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว     ส่วนปัญหาว่าจำเลยทั้งสี่ต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ในมูลผิดสัญญา จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์