คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ หจก. ด. โจทก์
ที่ ๑๘๓/๒๕๖๗ นาย ธ. กับพวก จำเลย
โจทก์ประกอบธุรกิจขนส่งสินค้าและมีวัตถุประสงค์ให้เช่าซื้อรถบรรทุกโจทก์ให้จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถบรรทุกลากจูงโดยเรียกค่าเช่าซื้อเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าซื้อและให้เช่าซื้อด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดา แม้จะทำสัญญาเช่าซื้อรถบรรทุกลากจูงจากโจทก์เพื่อนำไปใช้รับจ้างขนส่งสินค้า ก็เป็นการใช้ทรัพย์ที่เช่าซื้อด้วยตนเองในการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการค้าขนาดใหญ่ จำเลยที่ ๑ จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลเช่าซื้อ โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการขนส่งสินค้าและมีวัตถุประสงค์ให้เช่าซื้อรถบรรทุกเพื่อให้ผู้เช่าซื้อมีรายได้เพียงพอในการชำระค่าเช่าซื้อด้วยการนำรถบรรทุกที่เช่าซื้อรับจ้างขนส่งสินค้ากับโจทก์ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถบรรทุกลากจูง หมายเลขทะเบียน ๗๓ - ๙๗๕๘ ชลบุรี กับโจทก์ และโจทก์ยินยอมให้จำเลยที่ ๑ ใช้รถกึ่งพ่วงพื้นเรียบหมายเลขทะเบียน ๗๓ - ๙๗๙๐ ชลบุรี โดยจำเลยที่ ๑ มีหน้าที่บำรุงรักษาให้ใช้งานได้ดีมีจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเช่าซื้อเพียง 34 งวด แล้วผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์ติดตามรถบรรทุกที่เช่าซื้อกลับคืนมาและทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบธุรกิจขนส่งสินค้าและมีวัตถุประสงค์ให้เช่าซื้อรถบรรทุก โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถบรรทุกลากจูงโดยเรียกค่าเช่าซื้อเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตนซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าซื้อและให้เช่าซื้อด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดา แม้จะทำสัญญาเช่าซื้อรถบรรทุกลากจูงจากโจทก์เพื่อนำไปใช้รับจ้างขนส่งสินค้า ก็เป็นการใช้ทรัพย์ที่เช่าซื้อด้วยตนเองในการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการค้าขนาดใหญ่ จำเลยที่ ๑ จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลเช่าซื้อ โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๑๕ เดือน กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๗
สุวิชา นาควัชระ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์