คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง ก โจทก์
ที่ ๒๑๗/๒๕๖๗ นาง ฉ จำเลย
จำเลยที่ ๒ ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงินโดยโฆษณาผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กและติดต่อให้โจทก์ทั้งสองทำสัญญากู้ยืมเงินจากจำเลยที่ ๑ รวมทั้งรับชำระหนี้ อันเป็นการให้บริการทางการเงินแก่โจทก์ทั้งสองโดยเรียกดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์อื่นใดเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๒ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้รับบริการนั้นเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์ทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๒ อันมีมูลจากการให้บริการทางการเงิน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ให้กู้นั้น แม้อ้างว่าไม่ได้ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน แต่การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยที่ ๑ รวมกันมาในคดีนี้ ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)
โจทก์ฟ้องว่า นางสำอาง ฉายศรี กู้ยืมเงินจากโจทก์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี โดยจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญานางสำอางชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์เพียงบางส่วนและต่อมาถึงแก่ความตาย มีจำเลยเป็นทายาทโดยธรรม โจทก์ทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และบังคับจำนอง
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ให้นางสำอาง ฉายศรี กู้ยืมเงิน แม้มีการเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน แต่จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลจังหวัดพิษณุโลกไม่ปรากฏว่าโจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงิน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์ให้นางสำอาง ฉายศรี กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โจทก์และนางสำอางจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคต่อกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนางสำอางชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงินและบังคับจำนอง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๒๒ เดือน กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๗
สุวิชา นาควัชระ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์