คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท ท. โจทก์
ที่ ๒๒๒/๒๕๖๗ นาย อ. จำเลย
โจทก์ประกอบกิจการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์และให้จำเลยทำสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการโดยเรียกค่าเช่าและค่าบริการเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตนซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่านั้นเป็นบุคคลธรรมดา แม้จะทำสัญญาเช่าพื้นที่จากโจทก์เพื่อประกอบกิจการร้านอาหารก็เป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพย์ที่เช่าด้วยตนเองในการประกอบอาชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการขนาดใหญ่ จำเลยจึงเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาเช่า จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ จำเลยทำสัญญาเช่าพื้นที่ภายในศูนย์การค้า เดอะพาซิโอ พาร์ค และสัญญาบริการกับโจทก์ เพื่อประกอบกิจการร้านอาหารมีกำหนดระยะเวลาการเช่า ๓ ปี ภายหลังทำสัญญาจำเลยค้างชำระเช่า ค่าบริการ ค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา จำเลยจึงทำหนังสือรับสภาพหนี้เพื่อขอผ่อนชำระเงินให้แก่โจทก์ แต่จำเลยผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์และให้จำเลยทำสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการ โดยเรียกค่าเช่าและค่าบริการเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่านั้นเป็นบุคคลธรรมดาแม้จะทำสัญญาเช่าพื้นที่จากโจทก์เพื่อประกอบกิจการร้านอาหารก็เป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพย์ที่เช่าด้วยตนเองในการประกอบอาชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการขนาดใหญ่ จำเลยจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาเช่า จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๒๗ เดือน กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๗
สุวิชา นาควัชระ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์