คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง อ. โจทก์
ที่ ๒๓๗/๒๕๖๗ บริษัท ก. จำกัด (มหาชน) จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจประกันชีวิต นาง อ. ทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลยโดยระบุในกรมธรรม์ว่านาง ป. เป็นผู้รับผลประโยชน์ ต่อมานาง อ. ยื่นคำร้องให้ไว้กับพนักงานของจำเลยขอเปลี่ยนที่อยู่และเปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตจากนาง ป. เป็นโจทก์ ภายหลังนาง อ. ถึงแก่ความตาย โจทก์แจ้งจำเลยเพื่อขอรับเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต แต่จำเลยปฏิเสธอ้างว่าการเปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์ของนาง อ. ไม่ถูกต้อง การจ่ายเงินต้องเป็นไปตามเงื่อนไขเดิมของกรมธรรม์ โจทก์ทวงถามให้จำเลยแก้ไขชื่อผู้รับประโยชน์ให้เป็นไปตามเจตนาของนางอ. แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยเปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันชีวิตเป็นชื่อโจทก์และชำระเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องของโจทก์ว่า จำเลยประกอบธุรกิจประกันชีวิตและรับประกันชีวิตนาง อ. โดยเรียกค่าเบี้ยประกันชีวิตเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีนาง อ. เป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค โจทก์อ้างว่าเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิต จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคเช่นเดียวกัน ส่วนปัญหาว่าจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเปลี่ยนชื่อผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์และชำระเงินอันเกิดจากมูลสัญญาประกันชีวิต จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์