ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์     นาย ก.                                        โจทก์

ที่ ๓๒๔/๒๕๖๗                            นาย ธ.                                        จำเลย

                  โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากนาย ว. จำนวน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗ ต่อปี โดยจำเลยสั่งจ่ายเช็คให้ไว้แก่นาย ว. เพื่อชำระหนี้ ต่อมานาย ว. โอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์ เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ โจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                  พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า นาย ว. ให้จำเลยกู้ยืมเงินแม้มีการเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน แต่ได้ความตามเอกสารท้ายคำฟ้องว่า จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนของบริษัท อ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไรและจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีของศาลอุทธรณ์ได้ความว่า จำเลยถูกผู้ให้กู้รายอื่นฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับการผิดสัญญากู้ยืมเงินอีกหลายคดี พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า จำเลยกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ในกิจการของบริษัทดังกล่าว อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากเงินกู้ยืมที่ได้รับอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แม้นาย ว. ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงินและให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน นาย ว. และจำเลยก็ไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกัน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ เมื่อโจทก์ในฐานะผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ดังกล่าวจากนาย ว. ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลจากการกู้ยืมเงิน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                    วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์