คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว น. โจทก์
ที่ ๒๓๙/๒๕๖๗ นาย ธ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากธนาคาร อ. มีโจทก์จดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันการชำระหนี้ ต่อมาจำเลยผิดนัด ธนาคารยื่นฟ้องจำเลยและโจทก์ต่อศาลแล้ว จำเลยมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่ธนาคาร โจทก์ในฐานะผู้จำนองชำระหนี้แก่ธนาคารแทนจำเลยแล้วจึงใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า ธนาคาร อ. ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ธนาคาร อ. จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีจำเลยผู้กู้อยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ในฐานะผู้จำนองอ้างว่าได้ชำระหนี้ให้แก่ธนาคาร อ. แทนจำเลยแล้วมาฟ้องคดีนี้เพื่อใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยนั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน คดีนี้จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๓)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์