คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว ว. โจทก์
ที่ ๒๕๐/๒๕๖๗ นางสาว ภ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ไม่ได้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กเมสเซ็นเจอร์ จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยเขียนข้อความการกู้ยืมเงินในสำเนาบัตรประชาชนของจำเลยแล้วถ่ายรูปส่งให้แก่โจทก์
เป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินเมื่อครบกำหนดชำระหนี้แล้ว จำเลยผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑)
คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องและได้ความตามที่
คู่ความแถลงต่อศาลจังหวัดพลว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงิน แม้มีการเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนแต่ไม่ได้เรียกให้จำเลย
วางหลักประกันการให้กู้ยืมเงิน อันเป็นการผิดวิสัยของผู้ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน ทั้งจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดี
ศาลจังหวัดพลไม่ปรากฏว่า โจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงิน พฤติการณ์แห่งคดีฟังไม่ได้ว่าโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โจทก์และจำเลย
จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคต่อกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงิน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์