ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                     นางสาวช.                                                  โจทก์

ที่  ๒๗๖/๒๕๖๘                                             นายส. กับพวกรวม ๕ คน                              จำเลย

                    โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าตกลงร่วมกันประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โจทก์ทำสัญญาซื้อที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยจากจำเลยที่ ๑ โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้เสนอขายและตกลงซ่อมแซมบ้านพักอาศัยให้โจทก์ จำเลยที่ ๒ แจ้งโจทก์ให้ติดต่อขอสินเชื่อจากจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นพนักงานสินเชื่อธนาคาร ภายหลังโจทก์ตรวจพบว่าบ้านพักอาศัยมีความชำรุดบกพร่องหลายรายการ โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งห้าแก้ไข ต่อมาจำเลยที่ ๔ นำช่างเข้าดำเนินการแก้ไขแล้วแต่ไม่สามารถแก้ไขซ่อมแซมได้ทั้งหมดเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้เพิกถอนนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ และให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งห้าให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ และที่ ๕ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๒ เป็นนายหน้าขายที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยของจำเลยที่ ๑ ให้แก่โจทก์ เพื่อหาผลประโยชน์ตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๒ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยจากจำเลยที่ ๑ ไม่ปรากฏว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๒ โดยขอให้เพิกถอนนิติกรรมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ และคืนเงินอันเกิดจากการซื้อขายที่ดินตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๑
และที่ ๓ ถึงที่ ๕ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดรวมกันมาในคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันจึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

                   วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

 

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์