คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาวพ. โจทก์
ที่ ๒๗๙/๒๕๖๘ นายภ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดยจำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์เพียงบางส่วน คงค้างชำระ ๖๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยขอผ่อนชำระหนี้ส่วนที่ค้างชำระเป็นรายเดือนแต่จำเลยผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์คืนโฉนดที่ดินแก่จำเลยและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้งและคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน กับให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันอันเป็นวิธีปฏิบัติของผู้ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงินดำเนินการ และจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลชั้นต้นได้ความว่า โจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงินอีกหลายคดี พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการ และเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้กู้นั้นเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากเงินกู้ที่ได้รับอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงิน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ เป็นคดีผู้บริโภคตามนัยมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์