ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                                                      

                                                 นาย ธ.                                         โจทก์

ที่ ๒๘/๒๕๖๗                              บริษัท ส.                                       จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการให้เช่าพื้นที่ในตลาด ส. จำเลยโฆษณาและรับประกันการค้าขายในตลาดว่าจะทำกำไรได้เป็นจำนวนมาก โจทก์จึงทำสัญญาเช่าพื้นที่ในตลาดดังกล่าวกับจำเลยเพื่อประกอบกิจการค้าขายน้ำแข็งโดยวางเงินไว้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ภายหลังทำสัญญามีร้านค้าเปิดค้าขายเพียง ๑๐ กว่าร้าน และไม่มีประชาชนเข้าไปซื้อสินค้าภายในตลาดจำนวนมากดังที่จำเลยโฆษณาไว้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแพ่งพระโขนงส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบกิจการให้เช่าพื้นที่และให้โจทก์เช่าพื้นที่ภายในตลาด ส. โดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย จำเลยซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดา แม้โจทก์จะเช่าพื้นที่จากจำเลยเพื่อประกอบกิจการค้าขายน้ำแข็ง ก็เป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพย์ที่เช่าในการประกอบอาชีพด้วยตนเองเพื่อดำรงชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการขนาดใหญ่ โจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาเช่า จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์