คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นายบ. โจทก์
ที่ ๒๘๒/๒๕๖๘ บริษัทภ. จำกัด กับพวกรวม ๔ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง มีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ก่อสร้างบ้านพักอาศัยและต่อเติมที่พักอาศัยเพื่อเปิดร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม ตกลงแบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงาน ภายหลังทำสัญญาโจทก์ตรวจสอบพบว่าจำเลยที่ ๑ ทำงานที่รับจ้างชำรุดบกพร่องหลายรายการและใช้วัสดุอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ ๑ แก้ไขแล้วแต่จำเลยที่ ๑ เพิกเฉย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและทวงถามให้ชำระค่าเสียหายแล้วแต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่คืนเงินค่าจ้างและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง และจำเลยที่ ๑ฟ้องแย้งว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ทำให้จำเลยที่ ๑ ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ชำระ
ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยที่ ๑
จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการและ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การ และฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง จำเลยที่ ๑ รับจ้างโจทก์ก่อสร้างและต่อเติมบ้านพักอาศัยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและงานที่ว่าจ้างเป็นบ้านพักอาศัย แม้จะใช้ประโยชน์พื้นที่บางส่วนเป็นร้านขายอาหารและเครื่องดื่มก็เป็นการใช้ประโยชน์ด้วยตนเองในการประกอบอาชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการค้าขนาดใหญ่ โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)ส่วนจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้รับผิดในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่ซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์