คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ก. โจทก์
ที่ ๒๙๕/๒๕๖๗ นาย ช. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ออกแบบงานสถาปัตยกรรมและงานวิศวกรรมโครงการหมู่บ้านและบ้านพักอาศัย ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองชัยภูมิจังหวัดชัยภูมิ เพื่อนำไปใช้ในการประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตกลงค่าจ้าง ๑,๐๘๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงาน จำนวน ๘ งวด โจทก์ทำงานที่รับจ้างถึงงวดที่ ๔ แล้วเสร็จและส่งมอบงานให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยชำระค่าจ้างงวดที่ ๑ ถึงงวดที่ ๓ เพียงบางส่วนและไม่ชำระค่าจ้างในงวดที่ ๔ โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์รับจ้างจำเลยออกแบบงานสถาปัตยกรรมและงานวิศวกรรมโครงการหมู่บ้านและบ้านพักอาศัยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและอยู่ในฐานะผู้รับบริการนั้น ได้ความตามเอกสารท้ายคำฟ้องว่า การงานที่ว่าจ้างมีลักษณะเป็นโครงการหรือหมู่บ้าน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์