คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาวส. ที่ ๑ กับพวกรวม 5 คน โจทก์
ที่ 30/๒๕๖8 บริษัทหลักทรัพย์ อ. จำกัด (มหาชน) ที่ ๑กับพวกรวม ๘ คน จำเลย
โจทก์ทั้งห้าฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการนายหน้าและตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ มีจำเลยที่ ๔ และที่ ๖ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ เป็นกรรมการ ส่วนจำเลยที่ ๗ และที่ ๘ เป็นพนักงาน โจทก์ทั้งห้าตกลงซื้อขายหลักทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ตามที่จำเลยทั้งแปดชักชวน แนะนำและเสนอขาย เมื่อครบกำหนด โจทก์ทั้งห้าไม่ได้รับชำระหนี้จากผู้ออกหลักทรัพย์ อันเกิดจากการกระทำผิดหน้าที่ของจำเลยทั้งแปด ทำให้โจทก์ทั้งห้าได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งแปดชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งห้า
จำเลยทั้งแปดให้การต่อสู้คดีหลายประการและจำเลยที่ ๑ ให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการนายหน้าและตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์และเสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่โจทก์ทั้งห้าโดยเรียกค่าธรรมเนียมเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ห้าเป็นผู้ลงทุนโดยได้รับผลประโยชน์ตอบแทนตามมูลค่าหน่วยลงทุน ถือเป็นวิธีการออมเงินของประชาชนประเภทหนึ่งซึ่งมีผลตอบแทนทำนองเดียวกับการออมเงินประเภทอื่น และไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งห้าดำเนินการเพื่อผู้อื่นอีกต่อหนึ่ง จึงถือว่าโจทก์ทั้งห้าเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งห้าฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลนายหน้าและตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๘ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดรวมกันมาในคดีนี้ ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์