ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                    นางสาวว. กับพวกรวม ๒ คน                         โจทก์

ที่  ๓๑๘/๒๕๖๘                                        บริษัทพ. จำกัด กับพวกรวม ๓ คน                        จำเลย

                 โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของห้องชุดในอาคารชุด น. จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการบริหารงานนิติบุคคลอาคารชุด มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน และจำเลยที่ ๓ เป็นลูกจ้าง เดิมขณะโจทก์ทั้งสองเป็นกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด น. นิติบุคคลอาคารชุด น. ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ บริหารงานนิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าว แต่จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถทำงานที่รับจ้างได้ตามที่กำหนดไว้ การดูแลอุปกรณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ส่วนกลางอยู่ในลักษณะไม่สมบูรณ์และไม่สามารถใช้งานได้ การจัดการระบบบำรุงรักษาเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องจักรของพื้นที่ส่วนกลางเกิดปัญหาการใช้งานและการให้บริการแก่เจ้าของร่วม จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในฐานะส่วนตัว สนับสนุนจำเลยที่ ๓ ซึ่งในขณะนั้นเป็นพนักงานธุรการของนิติบุคคลอาคารชุดให้นำข้อมูลภายในนิติบุคคลอาคารชุดไปเผยแพร่ ใส่ร้าย พาดพิงโจทก์ทั้งสองและกรรมการอื่น ทั้งยังร่วมกันดำเนินการจัดประชุมใหญ่วิสามัญโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด หมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสองและกรรมการอื่นเพื่อให้เจ้าของร่วมลงมติให้โจทก์ทั้งสองและกรรมการอื่นพ้นจากตำแหน่ง ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย โจทก์ทั้งสองทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายแล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง

                   จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการบริหารงานนิติบุคคลอาคารชุดและรับจ้างนิติบุคคลอาคารชุด น. บริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุดโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของห้องชุดและชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางให้แก่นิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าว แม้มิได้เป็นผู้ชำระค่าจ้างให้แก่จำเลยที่ ๑ โดยตรงก็ถือเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว แต่มูลคดีที่โจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างสืบเนื่องจากจำเลยทั้งสามร่วมกันหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสองขณะเป็นกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าว อันเป็นมูลละเมิดโดยแท้ คดีนี้จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

                   วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์