คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท ฮ. โจทก์
ที่ ๓๒๓/๒๕๖๗ นางสาว ธ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจค้าขายรถยนต์ใช้แล้ว จำเลยขายรถยนต์ ยี่ห้อ BMW หมายเลขทะเบียน XXXX ให้แก่โจทก์ ภายหลังโจทก์ตรวจสอบพบว่ารถยนต์ดังกล่าวมีความชำรุดบกพร่องหลายรายการซึ่งไม่สามารถเห็นประจักษ์ได้ขณะทำสัญญาซื้อขาย โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยชำระราคารถยนต์คืนแก่โจทก์และรับมอบรถยนต์คืนจากโจทก์แล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยรับรถยนต์ตามฟ้องคืนไปและชำระราคารถยนต์พร้อมดอกเบี้ยคืนแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยเป็นผู้บริโภค คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าจำเลยขายรถยนต์หมายเลขทะเบียน XXXX ให้แก่โจทก์ จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายจึงมิใช่ผู้บริโภค ส่วนโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการค้าแสวงหากำไร โจทก์ซื้อรถยนต์จากจำเลยเพื่อใช้ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภคเช่นเดียวกัน โจทก์และจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจต่อกันตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลซื้อขายรถยนต์ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์