ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์     นางสาว พ.                                   โจทก์

ที่ ๓๒๒/๒๕๖๗                            บริษัท ส.                                     จำเลย

                    โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการ ว. กับจำเลย ๑ ห้อง โจทก์ชำระราคาห้องชุดบางส่วนให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ก่อสร้างห้องชุดให้แล้วเสร็จและไม่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ต่อมาจำเลยทำบันทึกข้อตกลงยินยอมคืนเงินพร้อมผลตอบแทนเป็นงวด ๆ รวม ๑๒ งวด แก่โจทก์ แต่จำเลยผิดนัด โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                    จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

               จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพร้อมบันทึกข้อตกลงกับจำเลยเพียง ๑ ห้อง ไม่ปรากฏว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยไม่ก่อสร้างห้องชุดให้แล้วเสร็จและไม่คืนเงินผลตอบแทนให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามบันทึกข้อตกลงอันมีมูลจากสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                    วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์