คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง น. โจทก์
ที่ ๒๓๖/๒๕๖๗ นาย อ. ที่ ๑ กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เลขที่ XXX จำเลยทั้งสองทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวกับโจทก์มีกำหนด ๖ เดือน เพื่ออยู่อาศัย ตกลงชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน ภายหลังครบกำหนดระยะเวลาเช่าตามสัญญา โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงทำสัญญาเช่าฉบับใหม่โดยโจทก์จัดทำสัญญาเช่าตามที่ตกลงกันแล้ว จำเลยทั้งสองไม่ยอมลงลายมือชื่อในสัญญาเช่า แต่ยังคงครอบครองใช้ประโยชน์ทรัพย์ที่เช่า ต่อมาผิดสัญญาแล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาเช่า ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปและส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคืน กับให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์มีบ้านให้เช่าหลายหลังโดยลงโฆษณาให้เช่าบ้านผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่บำรุงรักษาสาธารณูปโภค ทำให้จำเลยทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยทั้งสอง
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การ ฟ้องแย้ง และคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ให้จำเลยเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้เช่าและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากโจทก์เพื่ออยู่อาศัย ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากทรัพย์ที่เช่าอีกต่อหนึ่ง จำเลยทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในมูลสัญญาเช่า จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์