ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์     นางสาว ส.                                   โจทก์

ที่ ๓๒๖/๒๕๖๗                            บริษัท บ.                                     จำเลย

                  โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการ ค. กับจำเลย ๑ ห้อง โจทก์ชำระค่าห้องชุดบางส่วนให้แก่จำเลยตามสัญญาแล้ว แต่จำเลยบอกเลิกสัญญากับโจทก์โดยไม่ชอบและไม่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลา โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดตามฟ้องและรายการส่งเสริมการขายตามที่ได้ตกลงกันไว้ หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา กับให้จำเลยมีหนังสือขอโทษและชดใช้ค่าเสียหายจากการผิดสัญญาแก่โจทก์

                   จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                  พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดจากจำเลยในคดีนี้ ๑ ห้อง แม้จำเลยจะอ้างในคำร้องว่า โจทก์ซื้อห้องชุดในโครงการอื่นจากบริษัทในเครือเดียวกันกับจำเลย และรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดดังกล่าวแล้วนำออกให้บุคคลอื่นเช่าอีก ๑ ห้อง แต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าห้องชุด พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยบอกเลิกสัญญาโดยไม่ชอบและไม่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลา โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยอันมีมูลจากสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) 

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์