คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ ธนาคาร พ. โจทก์
ที่ ๓๔/๒๕๖๗ นาง ก. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของนาง ข. ลูกหนี้เงินกู้โจทก์ โดยติดจำนองได้จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์เป็นผู้รับจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวและมีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังจำเลยแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และบังคับจำนอง
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ประกอบการธนาคารและให้นาง ข. กู้ยืมเงินและรับจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีนาง ข.อยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค ส่วนจำเลยเป็นเพียงผู้ซื้อทรัพย์จำนองจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี หาทำให้มีฐานะเป็นผู้จำนองแทนลูกหนี้เดิมซึ่งเป็นผู้รับบริการไม่ จำเลยมิได้เป็นผู้รับบริการใด ๆ จากโจทก์ จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลจำนอง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์