คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท ท. โจทก์
ที่ ๓๕๑/๒๕๖๗ บริษัท ค. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจประกันภัย โจทก์ทำสัญญาประกันภัยเรือกลลำน้ำ เมขลา ๒ ของโจทก์ไว้กับจำเลยเพื่อคุ้มครองความเสียหายต่อตัวเรือ เครื่องจักร รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเรือ และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ระหว่างระยะเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในเรือกลลำน้ำ เมขลา ๒ ขณะที่เรือจอดซ่อมบำรุงอยู่ที่
อู่คานเรือศรีเจริญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้เรือกลลำน้ำ เมขลา ๒ ได้รับความเสียหายเกือบทั้งลำ โจทก์เรียกร้องให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยแล้ว แต่จำเลยปฏิเสธ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องของโจทก์ว่า จำเลยประกอบธุรกิจประกันภัยและรับประกันภัยเรือของโจทก์โดยเรียกเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยนั้นเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร โจทก์เอาประกันภัยเรือของโจทก์เพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการค้า อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายในมูลสัญญาประกันภัย จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒)
ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์