คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท ซ จำกัด โจทก์
ที่ ๒๗๔/๒๕๖๗ นาย ศ ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และกล้องวงจรปิด จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จำเลยทั้งสองสั่งซื้อผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และชุดกล้องวงจรปิดจากโจทก์หลายรายการ คิดเป็นค่าสินค้า ๑๗๐,๗๑๘.๕๐ บาท โจทก์ส่งมอบสินค้าให้แก่จำเลยทั้งสองแล้ว แต่จำเลยทั้งสองผิดนัดชำระค่าสินค้า โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
ศาลแพ่งส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และกล้องวงจรปิด โจทก์ขายผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และชุดกล้องวงจรปิดให้แก่จำเลยทั้งสองตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร โดยได้ความตามที่โจทก์แถลงต่อศาลแพ่งว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการของจำเลยที่ ๒ จำเลยทั้งสองสั่งซื้อผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และชุดกล้องวงจรปิดจากโจทก์เพื่อจำหน่ายต่อ จำเลยทั้งสองจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้ในมูลซื้อขาย จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์