ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       บริษัท ม.                           โจทก์

ที่ ๓๕๗/๒๕๖๗                                             นางสาว ค. กับพวก              จำเลย

                  

โจทก์ประกอบกิจการให้เช่าซื้อรถบรรทุกใช้แล้วและให้จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถบรรทุกใช้แล้วโดยเรียกค่าเช่าซื้อเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าซื้อและให้เช่าซื้อด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาเช่าซื้อรถบรรทุกจากโจทก์เพื่อนำไปใช้ในการขนส่งพืชผลทางการเกษตรของตนอันเป็นการใช้ทรัพย์ที่เช่าซื้อด้วยตนเองในการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพจำเลยที่ ๑ จึงเป็นผู้บริโภคเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลเช่าซื้อ โดยให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

 

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการให้เช่าซื้อรถบรรทุกใช้แล้ว จำเลยที่ ๑ทำสัญญาเช่าซื้อรถบรรทุกใช้แล้ว ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน ๘๑ – ๑๑๘๙ สิงห์บุรี กับโจทก์ ๑ คัน เพื่อนำไปใช้ในการรับจ้างขนส่ง มีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้ว ต่อมาโจทก์ติดตามรถบรรทุกที่เช่าซื้อคืนแล้วนำออกขายตลาดแต่ได้เงินไม่พอชำระหนี้ โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้แล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบอาชีพเกษตรกรทำไร่ใช้รถบรรทุกเพื่อขนพืชผลของตน คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคขอให้ยกฟ้อง      

ศาลแขวงสุพรรณบุรีส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการให้เช่าซื้อรถบรรทุกใช้แล้วและให้จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถบรรทุกใช้แล้วโดยเรียกค่าเช่าซื้อเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าซื้อและให้เช่าซื้อด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาเช่าซื้อรถบรรทุกจากโจทก์เพื่อนำไปใช้ในการขนส่งพืชผลทางการเกษตรของตนอันเป็นการใช้ทรัพย์ที่เช่าซื้อด้วยตนเองในการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพจำเลยที่ ๑ จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลเช่าซื้อ โดยให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                      วินิจฉัย ณ  วันที่ ๔ เดือน เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๗

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์