ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       บริษัท อ. จำกัด (มหาชน)       โจทก์

ที่ ๔๓๒/๒๕๖๗                                                บริษัท อ.                            จำเลย

 

                   โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อทรัพย์สินและให้จำเลยเช่าซื้อจอแอลอีดี Outdoor โดยเรียกค่าเช่าซื้อเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าซื้อและให้เช่าซื้อด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อจอแอลอีดี Outdoor กับโจทก์เพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภคแต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลเช่าซื้อ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติ
วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

 

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อทรัพย์สิน จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อจอแอลอีดี Outdoor กับโจทก์ ภายหลังทำสัญญาจำเลยผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบจอแอลอีดีที่เช่าซื้อคืน หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน กับให้ชำระค่าขาดประโยชน์พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อทรัพย์สินและให้จำเลยเช่าซื้อจอแอลอีดี Outdoor โดยเรียกค่าเช่าซื้อเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตราการซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าซื้อและให้เช่าซื้อด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อจอแอลอีดี Outdoorกับโจทก์เพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจ
อีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลเช่าซื้อ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                                                       วินิจฉัย ณ  วันที่ ๑๕ เดือน พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                                                                          ประธานศาลอุทธรณ์