คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นายป. โจทก์
ที่ ๔๐๐/๒๕๖๘ นายศ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการจำหน่ายรถยนต์มือสองโดยจำเลยโฆษณาขายรถยนต์ ๑๑ คัน ผ่านทางแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก เพจ “A.” โจทก์ตกลงซื้อรถยนต์ยี่ห้อวอลโว่ รุ่น XXX หมายเลขทะเบียน XX XXX กรุงเทพมหานคร ราคา ๑,๕๑๐,๐๐๐ บาท จากจำเลย โจทก์ตกลงซื้อรถยนต์ดังกล่าวจากจำเลย มีข้อตกลงว่าจำเลยจะรับซื้อรถยนต์คืนภายใน ๓ ปี โดยหักส่วนต่างอัตราร้อยละ ๑๕ และรถยนต์ต้องอยู่ในสภาพดีเช่นวันทำสัญญาซื้อขาย โจทก์ชำระเงินและรับมอบรถยนต์แล้ว ต่อมาโจทก์นำรถยนต์ไปขายคืนแก่จำเลยตามข้อตกลง แต่จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์เพียง ๒๒๕,๐๐๐ บาท คงค้าง ๑,๐๕๘,๕๐๐ บาท โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยซื้อรถยนต์ตามฟ้องคืนจากโจทก์และจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อในรายการจดทะเบียนเป็นชื่อจำเลย กับให้ชำระค่ารถยนต์ส่วนที่ค้างพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยไม่ได้ประกอบธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสอง คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยโฆษณาขายรถยนต์หลายคันผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่า จำเลยประกอบธุรกิจจำหน่ายรถยนต์และขายรถยนต์ตามฟ้องแก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อรถยนต์นั้นไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลซื้อขายรถยนต์ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์