ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                   นางสาวป.                                                     โจทก์

ที่  ๔๐๓/๒๕๖๘                                    บริษัทส. จำกัด  กับพวกรวม ๒ คน                        จำเลย

                โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง มีจำเลยที่ ๒เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ ๒ ชั้น เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย แบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงาน โจทก์ชำระค่าจ้างให้แก่จำเลยที่ ๑ ตามสัญญาแล้ว แต่จำเลยที่ ๑ ทำการก่อสร้างล่าช้า ไม่มีวิศวกรควบคุมงานก่อสร้างงานก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานและชำรุดบกพร่อง ไม่สามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จและส่งมอบงานให้โจทก์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองคืนค่าจ้างและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการและ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง จำเลยที่ ๑ รับจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารพาณิชย์โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างเป็นบุคคลธรรมดาและงานที่ว่าจ้างเป็นที่พักอาศัยไม่ปรากฏว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ส่วนจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้รับผิดในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์