คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางบ. โจทก์
ที่ ๔๐๖/๒๕๖๘ นางสาวก. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ XXXXX ตำบลราษฎร์บูรณะ อำเภอราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ไม่รวมสิ่งปลูกสร้างไว้แก่โจทก์แล้วไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา จำเลยยังคงครอบครองทรัพย์สินที่ขายฝาก โจทก์จึงมีหนังสือแจ้งจำเลยให้ขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปแต่จำเลยเพิกเฉยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปและชำระค่าเสียหายแก่โจทก์
ศาลชั้นต้นส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภค หมายความว่า (๔) คดีแพ่งที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้และพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ คำว่า ผู้ขายฝาก หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า ที่อยู่อาศัย หมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย ได้ความตามคำฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาขายฝากที่ดินไม่รวมสิ่งปลูกสร้างไว้แก่โจทก์แล้วไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา เมื่อจำเลยเป็นบุคคลธรรมดาและตามหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินกับสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารท้ายคำฟ้องระบุว่าเป็นการจดทะเบียนขายฝากที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค โดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค จำเลยจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยอันมีมูลมาจากการขายฝาก จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๔)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์