คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นายก. โจทก์
ที่ ๔๓๓/๒๕๖๘ นางสาวส. ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายศ. กับพวกรวม ๓ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า นายศ. ทำสัญญาจ้างว่าความกับโจทก์ ตกลงค่าจ้าง ๓,๐๐๐,๐๐๐บาท โจทก์ทำงานที่รับจ้างให้แก่นายศักดิ์ดาแล้วแต่นายศ. ผิดนัดไม่ชำระค่าจ้าง ต่อมานายศ.ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้จัดการมรดกและจำเลยที่ ๒ และที่ ๒ ในฐานะบุตรที่ผู้ตายให้การรับรองต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสามให้ชำระค่าจ้างแต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์รับจ้างนายศ. ตามสัญญาจ้างว่าความ อันเป็นการรับจัดทำการงานโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนวิชาชีพตามปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนนายศ. ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและอยู่ในฐานะผู้รับบริการนั้น ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงจากงานที่ว่าจ้าง นายศ. จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อนายศ. ถึงแก่ความตาย จำเลยทั้งสามจึงเป็นผู้สืบสิทธิและอยู่ในฐานะผู้บริโภคเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้ในมูลสัญญาจ้างว่าความ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์