ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                     ธนาคารซ. จำกัด (มหาชน)                            โจทก์

ที่  ๔๓๕/๒๕๖๘                                          บริษัทว. จำกัด กับพวกรวม ๖ คน                        จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า บริษัทธ.  จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกหนี้ ทำสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาบัญชีเดินสะพัดกับโจทก์ ตกลงชำระดอกเบี้ยตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญาและประกาศของโจทก์ มีจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันและจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ จดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาบริษัทลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้จึงทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับโจทก์แต่บริษัทลูกหนี้ผิดนัด โจทก์มีหนังสือทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแล้วแต่จำเลยทั้งหกเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้หกร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์และบังคับจำนอง

                   จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ ถึงที่ ๖ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์และให้บริษัทลูกหนี้ทำสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาบัญชีเดินสะพัดโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาค้ำประกันและนำทรัพย์สินตามฟ้องไปจำนองเป็นประกันการชำระหนี้ของบริษัทลูกหนี้ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาตามฟ้องและจำนอง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

                   วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์