คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ส โจทก์
ที่ ๔๔๒/๒๕๖๗ นาย ว จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบอาชีพก่อสร้างบ้านพักอาศัยเพื่อขาย โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อลูกค้าทำสัญญาซื้อขายบ้านแล้ว จำเลยตกลงซื้อบ้านกับโจทก์ราคา ๒,๐๙๐,๐๐๐ บาท และจำเลยขอกู้ยืมเงินจากโจทก์ ๒๔,๐๐๐ บาท เพื่อนำไปปิดยอดค้างชำระแก่ธนาคารเพื่อดำเนินการขอสินเชื่อใหม่สำหรับนำมาชำระราคาบ้านให้แก่โจทก์ จำเลยรับเงินกู้ยืมจากโจทก์แล้ว ต่อมาโจทก์ก่อสร้างบ้านตามแบบและตกแต่งตามที่จำเลยต้องการแล้วเสร็จแต่จำเลยไม่ยอมรับโอนกรรมสิทธิ์บ้านและผิดนัดชำระเงินกู้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้และค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจ คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบอาชีพขายบ้านพักให้แก่ลูกค้าตามที่ลูกค้าต้องการ และตกลงขายที่ดินพร้อมบ้านให้แก่จำเลย โดยเรียกราคาค่าซื้อขายบ้านเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยทำสัญญาจะซื้อที่ดินพร้อมบ้านตามฟ้องเพื่ออยู่อาศัย จึงเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาซื้อขายบ้าน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับคำขอบังคับให้จำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยในมูลหนี้กู้ยืมเงิน ซึ่งโจทก์ฟ้องให้รับผิดรวมกันมาในคดีนี้ ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามมาตรา ๓ (๓)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์