คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ศ โจทก์
ที่ ๔๔๑/๒๕๖๗ บริษัท จ จำกัด จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของนางสาว ศ โดยติดจำนองมาจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์เป็นผู้รับจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวและมีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังจำเลยแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และบังคับจำนอง
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ให้นางสาว ศ กู้ยืมเงินและรับจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน แต่จำเลยเป็นเพียงผู้ซื้อทรัพย์จำนองจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยมิได้รับบริการใด ๆ จากโจทก์ แม้โจทก์ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงินและให้นางสาว ศ กู้ยืมเงินและรับจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยเรียกดอกเบี้ยตามทางการค้าปกติของตน โจทก์และจำเลยก็ไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกัน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลหนี้จำนอง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์