ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์         นางสาว ห                                                                         โจทก์

ที่ ๔๔๖/๒๕๖๗                               บริษัท ส จำกัด                                                                จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านวิลล่าโครงการ ส กับจำเลย ๑ หลัง และทำสัญญาเช่าที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านวิลล่าดังกล่าวกับจำเลย โจทก์วางเงินมัดจำและชำระราคาบางส่วนให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยก่อสร้างบ้านวิลล่าล่าช้าจนคาดหมายได้ว่าจะไม่สามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญาและเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของข้างบ้านวิลล่าของโจทก์โดยไม่บอกกล่าวให้โจทก์ทราบและไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์จึงไม่ชำระค่างวดตามสัญญาให้แก่จำเลย แต่จำเลยกลับมีหนังสือบอกเลิกสัญญาโดยไม่ชอบ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ซื้อบ้านวิลล่าจากจำเลยโดยเจตนานำไปขายต่อหรือให้เช่าเพื่อแสวงหากำไร คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

ศาลจังหวัดเกาะสมุยส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

 

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านวิลล่าแก่โจทก์และให้เช่าที่ดินอันเป็นที่ตั้งของบ้านวิลล่าในโครงการ ส ให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้จะซื้อบ้านวิลล่าและเช่าที่ดินนั้นเป็นบุคคลธรรมดาและเป็นชาวต่างชาติ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านวิลล่าเพียง ๑ หลังและทำสัญญาเช่าที่ดินอันเป็นที่ตั้งของบ้านวิลล่า แม้จำเลยอ้างว่าโจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านวิลล่าและสัญญาเช่าที่ดินกับจำเลยโดยมีเจตนาเพื่อขายหรือให้เช่าก็เป็นการคาดการณ์ของจำเลย พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยไม่ก่อสร้างบ้านวิลล่าให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญา โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจะซื้อจะขายบ้านวิลล่าและสัญญาเช่าที่ดิน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์