ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์         นางสาว ฉ                                                                         โจทก์

ที่ ๔๔๗/๒๕๖๗                               บริษัท ส จำกัด                                                                    จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านวิลล่าโครงการ ส กับจำเลย ๓  หลัง และทำสัญญาเช่าที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านวิลล่าดังกล่าวกับจำเลย โจทก์วางเงินมัดจำและชำระราคาบางส่วนให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยก่อสร้างบ้านวิลล่าล่าช้าจนคาดหมายได้ว่าจะไม่สามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญาและเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของบ้านวิลล่าของโจทก์โดยไม่บอกกล่าวให้โจทก์ทราบและไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์จึงไม่ชำระค่างวดตามสัญญาให้แก่จำเลย แต่จำเลยกลับมีหนังสือบอกเลิกสัญญาโดยไม่ชอบ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ซื้อบ้านวิลล่าจากจำเลยโดยเจตนานำไปขายต่อหรือให้เช่าเพื่อแสวงหากำไร คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

ศาลจังหวัดเกาะสมุยส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

 

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านวิลล่าแก่โจทก์และให้เช่าที่ดินอันเป็นที่ตั้งของบ้านวิลล่าในโครงการ ส  ให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาและเป็นชาวต่างชาติ ไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทย โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านวิลล่า ๓ หลัง และเช่าที่ดินอันเป็นที่ตั้งของบ้านวิลล่าดังกล่าว เกินความจำเป็นในการใช้ประโยชน์ด้วยตนเองในการอยู่อาศัย พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากบ้านวิลล่าตามฟ้อง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินอันมีมูลจากสัญญาจะซื้อจะขายบ้านวิลล่าและเช่าที่ดิน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภค ตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

   ประธานศาลอุทธรณ์