ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       นางสาว น.                        โจทก์

ที่ ๔๕/๒๕๖๗                                                  นางสาว นร.                        จำเลย

                  

จำเลยรับจ้างโจทก์จัดสร้างเหรียญวัตถุมงคล ๙,๙๕๐ เหรียญ อันเป็นการรับจัดทำการงานโดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินและมิใช่การจ้างแรงงานจึงเป็นการบริการ พฤติการณ์เชื่อว่าจำเลยรับจ้างทำงานดังกล่าวตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้น แม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่โจทก์ว่าจ้างจำเลยจัดสร้างวัตถุมงคลจำนวนมาก พฤติการณ์ส่อแสดงว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

 

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ว่าจ้างจำเลยจัดสร้างวัตถุมงคล เหรียญท้าวเวสสุวรรณเจ้าคุณพัฒน์ วัดห้วยด้วน จำนวน ๙,๙๕๐ เหรียญ ตกลงค่าจ้าง ๑,๒๕๓,๗๐๐ บาท โจทก์ชำระค่าจ้างบางส่วนให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ส่งมอบเหรียญดังกล่าวให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   ศาลแพ่งธนบุรีส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่  

                    พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค
ตาม
มาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า
จำเลยรับจ้างโจทก์จัดสร้างวัตถุมงคลอันเป็นการรับจัดทำการงานโดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินและมิใช่การจ้างแรงงานจึงเป็นการบริการ เมื่อพิจารณาจากลักษณะงานที่จ้างและจำนวนเงินค่าจ้าง บ่งชี้ว่าเป็นการทำงานที่ต้องอาศัยความรู้และความชำนาญอย่างผู้มีวิชาชีพโดยเฉพาะ พฤติการณ์เชื่อว่า จำเลยรับจ้างทำงานดังกล่าวตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้น แม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่โจทก์ว่าจ้างจำเลยจัดสร้างวัตถุมงคลจำนวนมาก พฤติการณ์ส่อแสดงว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

          วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                                                        วินิจฉัย ณ  วันที่ ๔ เดือน มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์