ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       นางสาว ส.                         โจทก์

ที่ ๒๓๖/๒๕๖๖                                           นาย ฐ.                              จำเลย

                  

โจทก์ประกอบอาชีพรับจ้างขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวและรับจ้างจำเลยขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวโดยเรียกค่าบริการเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและเป็นผู้รับบริการนั้น เห็นว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้แก่คนงานของจำเลย ๕๘ คน เพื่อใช้ในกิจการก่อสร้าง อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

                  

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบอาชีพรับจ้างขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้แก่คนงานของจำเลย ๕๘ คน ตกลงค่าจ้างคนละ ๑๒,๐๐๐ บาท โจทก์ทำงานที่รับจ้างเรียบร้อยแล้ว แต่จำเลยผิดนัดชำระค่าจ้าง โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ย
แก่โจทก์

                   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบอาชีพรับจ้างจำเลยขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวและรับจ้างจำเลยขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวโดยเรียกค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและเป็นผู้รับบริการนั้น เห็นว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้แก่คนงานของจำเลย ๕๘ คน เพื่อใช้ในกิจการก่อสร้าง อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                   วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                                                       วินิจฉัย ณ  วันที่ ๑๕ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖

ชูชัย   วิริยะสุนทรวงศ์

(นายชูชัย   วิริยะสุนทรวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์