ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       ว่าที่ร้อยตรี ท.                     โจทก์

ที่ ๖๖๒/๒๕๖๗                                             นาย ธ.                              จำเลย

 

โจทก์เป็นทนายความ โจทก์รับจ้างเป็นที่ปรึกษา ตรวจร่างสัญญา และรับเป็นทนายความให้แก่จำเลยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนวิชาชีพตามปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและอยู่ในฐานะผู้รับบริการนั้น ได้ความว่าการงานที่จำเลยว่าจ้างโจทก์เพื่อประโยชน์ในการประกอบธุรกิจซื้อขายถุงมือแพทย์ไนไตรมูลค่ากว่า ๓๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลจ้างทำของและจ้างว่าความ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

                  

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้เป็นที่ปรึกษา ตรวจร่างสัญญา การสั่งจ่ายเช็คเกี่ยวกับการซื้อขายถุงมือแพทย์ไนไตร มูลค่าการซื้อขายประมาณ ๓๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท
และเป็นทนายความดำเนินคดีอาญาแก่ผู้มีชื่อในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ
.. ๒๕๓๔ โจทก์ทำงานที่รับจ้างให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยชำระค่าจ้างเพียงบางส่วน โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ศาลแพ่งมีนบุรีตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า ฟ้องโจทก์เป็นคดีผู้บริโภค จำเลยไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาล จึงไม่รับฟ้อง จำหน่ายคดี คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดให้แก่โจทก์

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบและขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่าโจทก์เป็นทนายความ โจทก์รับจ้างเป็นที่ปรึกษา ตรวจร่างสัญญา และรับเป็นทนายความให้แก่จำเลยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนวิชาชีพตามปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและอยู่ในฐานะผู้รับบริการนั้น ได้ความว่าการงานที่จำเลยว่าจ้างโจทก์เพื่อประโยชน์ในการประกอบธุรกิจซื้อขายถุงมือแพทย์ไนไตรมูลค่ากว่า ๓๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภคแต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลจ้างทำของและจ้างว่าความ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                   วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                                                     วินิจฉัย ณ  วันที่ ๑๗ เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์