ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์       นางจ.                                                           โจทก์

ที่  57/๒๕๖8                                 นายบ. ที่ ๑ กับพวกรวม 7 คน                            จำเลย              

                     โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งเจ็ด นายก.และนายอ. ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตของหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 12 ตำบลนาซ่าว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย และเป็นคณะกรรมการกลุ่ม ประกอบกิจการรับฝากเงินและให้กู้ยืมเงิน นายก.และนายอ.ถึงแก่ความตายแล้ว โจทก์เป็นสมาชิกและฝากเงินไว้กับจำเลยทั้งเจ็ดหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 31,552 บาท จำเลยทั้งเจ็ดตกลงจ่ายค่าตอบแทนอัตราร้อยละ ๖ ต่อปี ชำระทุกสิ้นปีต่อมาจำเลยทั้งเจ็ดไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนให้แก่โจทก์และสมาชิกอื่น โจทก์ทวงถามและบอกเลิกการเป็นสมาชิกของจำเลยทั้งเจ็ดแล้วแต่จำเลยทั้งเจ็ดเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                  จำเลยทั้งเจ็ดให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                  จำเลยทั้งเจ็ดยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                  พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภค หมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยทั้งเจ็ดเป็นคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตของหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 12 ตำบลนาซ่าว ประกอบกิจการรับฝากเงินและให้กู้ยืมเงิน จำเลยทั้งเจ็ดรับฝากเงินจากโจทก์การรับฝากเงินดังกล่าวเป็นการดำเนินธุรกิจตามทางการค้าปกติของจำเลยทั้งเจ็ดโดยได้รับประโยชน์จากการนำเงินฝากไปบริหารจัดการเพื่อผลตอบแทนต่อไป จำเลยทั้งเจ็ดจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับบริการนั้น ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจหรือมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์ดังกล่าว โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระหนี้ในมูลฝากเงินตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                  วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์