คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางส. โจทก์
ที่ 6/๒๕๖8 นายส. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง โจทก์ว่าจ้างจำเลยต่อเติมบ้านพักเลขที่ xx/xxx แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ตกแต่งภายใน และงานเฟอร์นิเจอร์ รวม ๓ สัญญา โจทก์ชำระค่าจ้างบางส่วนแต่จำเลยทำงานที่รับจ้างล่าช้าและทิ้งงาน โจทก์ต้องว่าจ้างผู้รับเหมารายอื่นให้ดำเนินการแก้ไขและโจทก์ต้องสูญเสียโอกาสไม่สามารถนำบ้านพักออกให้เช่าได้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างโจทก์ต่อเติมบ้านพัก ตกแต่งภายในและงานเฟอร์นิเจอร์โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นบุคคลธรรมดา แม้ได้ความตามคำร้องขอให้วินิจฉัยคดีว่า โจทก์ว่าจ้างจำเลยให้ต่อเติมบ้านพักเพื่อนำออกให้ผู้อื่นเช่า ก็ถือเป็นเพียงการหารายได้จากทรัพย์สินของตนและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการขนาดใหญ่ โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลมาจากสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ถือเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์